*เรื่องเลวร้าย . . .ที่อยู่ใกล้ตัว
วันนี้ได้ยินข่าวบางอย่างแล้วรู้สึกหดหู สะเทือนใจมาก
เพื่อนเล่าให้ฟัง + หาอ่านในเน็ต ได้ใจความว่า . . .
นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (เราก็เรียนที่นี่)
ถูกฉุดไปข่มขืน ระหว่างกำลังขับมอเตอร์ไซด์กลับหอคนเดียว
คนที่ฉุดไป คือ เด็กจากสถานพินิจที่อยู่ติดมหาวิทยาลัย 6 คน พวกมันปีนรั้วหนีออกมา...
เวลาเกิดเหตุ ประมาณตี 1 กว่า ได้ยินมาว่าที่น้องเค้ากลับดึกเพราะมีการซ้อมเชียร์ . . .
เส้นทางนั้น คือ ทางไปหอ 8 หลัง 9 หลัง ขอยืนยันเลยว่า "เปลี่ยวมาก"
ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า เห็นพวกเดนมนุษย์นี้ปีนรั้วออกมาบ่อยครั้ง
พอปีนออกมาก็มาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ชิงทรัพย์ ข่มขืนเป็นประจำ แต่มีการ "ปิดข่าว"
ร้องเรียนไปสถานพินิจแล้ว แต่ก็ "เงียบ"
ลิ้งข่าว
http://www.komchadluek.net/detail/20091124/38702/6โจ๋ปีนรั้วสถานพินิจรุมโทรมนศ.ปี1ชาวบ้านล้อมจับ.htm
.
.
เรารู้สึกได้เลยว่าเหตุการณ์แบบนี้มันใกล้ตัวเรามาก
และเป็นเรื่องเลวร้ายมากนะ สำหรับผู้หญิง
เมื่อก่อนเราก็ใช้ชีวิตแบบเสี่ยง ๆ นะ
เดินทางตอนกลางคืนคนเดียว
อ่านหนังสือข้างนอก ดูแลป ตี2 ตี3 กลับหอคนเดียว
เคยทำอย่างนั้น ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องร้าย ๆ ไม่กลัวอะไร . . .(โชคยังดี)
แต่จุดเปลี่ยนของความคิดเกิดขึ้นเมื่อได้ดูคลิปข่าวดาวมหาลัย ถูกน้ำกรดสาด
แล้วเค้าพูดประมาณว่า ตอนเค้าพักรักษาตัว เค้าบ่นกับแม่ว่า
เมื่อไหร่หนูหาย หนูทนกับสภาพนี้ไม่ไหวแล้ว
แม่เค้าก็เลยบอกเค้าว่า
"แม่เลี้ยงหนูมา กว่าหนูจะพูดได้ กว่าจะเดินได้ กว่าจะโตได้ขนาดนี้
ใช้เวลานานแค่ไหนแม่ก็ยังรอได้
แล้วทำไมรักษาตัวไม่กี่ปีหนูจะรอไม่ได้ อดทนหน่อยนะ"
ประโยคนั้นทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า "ชีวิต มีค่ามาก"
พ่อแม่ ใช้เวลาค่อนชีวิตเพื่อดูแลเรา คอยดูการเติบโตของเรา
ทำไมเราไม่ยอมเสียเวลาซักนิดเพื่อดูแลตัวเองให้สมกับความรักความห่วงใยที่ได้รับ
พวกคุณเป็นแบบนี้รึเปล่า . . .
เข็มขัดนิรภัย อึดอัด เสียเวลาคาด ไม่ใส่
หมวกกันน๊อก เสียเวลา ผมเสียทรง ไม่ใส่
ขับรถเร็ว ๆ จะได้ถึงเร็ว ๆ ขับช้า เสียเวลา ไม่ทันใจ . .
ผับ บาร์ เหล้า เบียร์ กิน กิน กิน เมา เมา เมา ปลดปล่อย คลายเครียด
ฯลฯ
ทำไมยังใช้ชีวิตเสี่ยง ๆ . . .
รักตัวเองให้ได้ถึงครึ่งของพ่อแม่ก็ยังดี . .
รอบคอบกับชีวิตให้มากขึ้น คงไม่เสียเวลามากนักหรอก . . .
ทุกวันนี้เราก็ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่ทำอะไรเสี่ยง ๆ แล้ว
คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน๊อคตลอด
ไม่เดินทางคนเดียวตอนดึก ๆ
ไม่ไปทางเปลี่ยว ๆ คนเดียวแล้ว
ประตูห้องมีกี่กลอน ก็ล๊อกให้หมด (ปกติมี 2 แต่พ่อมาติดเพิ่มให้กลายเป็น 3 แล้ว)
พยายามไม่นอนดึก ช่วงนี้นอนเร็วขึ้น เพื่อสุขภาพ
พยายามกินผัก ผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพ
ทุก ๆ อย่างทีทำ ไม่ได้ทำเพราะห่วงตัวเอง
แต่เพราะห่วงพ่อกับแม่ ไม่อยากให้ต้องมาห่วงเรา
อยากให้สบายใจว่าเราคอยระมัดระวังตัว และปลอดภัยดี . . .
สำหรับเรื่องของน้องปี 1 ที่โชคร้าย เป็นสิ่งสะท้อนอะไรหลาย ๆ อย่างรอบตัวเรา
ความโชคร้าย
ความประมาท ใช้ชีวิตบนความเสี่ยง
มหาวิทยาลัยไม่ปรับปรุงเ้ส้นทางเปลี่ยว ๆ ซึ่งเป็นทางหลักของ นศ. ต้องใช้สัญจร
กิจกรรมมหาวิทยาลัย รุ่นพี่ ไม่ควบคุมเวลา ไม่ดูแลน้อง ไม่เช็ค ปล่อยให้กลับคนเดียวดึก ๆ ...
สถานพินิจ เพิกเฉย ประมาท สะเพร่า
. . . . . . . .
ถ้าเรายอมเสียเวลาหันมาดูแลตัวเอง ดูแลสังคมให้มากขึ้น . . อะไร ๆ คงดีขึ้น
เสียใจกับน้องจริง ๆ ค่ะ
ขอให้คิดซะว่าเป็นแค่ฝันร้าย
ให้มันผ่านไป . . . .
อนาคตยังมีอะไรดี ๆ รออยู่นะ
อย่าเพิ่งหมดศรัทธาในชีวิต . . .
.
ปล. depress จัง ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย :(
.

