* My sea
Who is my sea ?
| S | M | T | W | T | F | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| « Feb | Apr » | |||||
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||
November 2009
October 2009
September 2009
August 2009
July 2009
June 2009
May 2009
April 2009
March 2009
February 2009
more...
Who is my sea ?
Who is my sea ?
คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้
อะไรจะเกิดขึ้น
เมื่อคนห่างไกลศาสนา
เช่น ข้าพเจ้า
เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O
. . . .
. . . . . . .
สอบไฟนอลเสร็จ พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม
6-15 มีนา
แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น
16-20 มีนา
เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ
เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ
อยากพักผ่อน อยากไปเที่ยว
ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T
แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ ก็เลยต้องไป
แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่
ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ แหะๆๆ
นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน
และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+
บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา
การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว เดินเท้าเปล่า ถือศีล 8
ในทุก ๆ วันจะได้สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น
ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)
รู้สึกมึนทุกวันเลย ง่วงมาก ๆ ๆ สวดมนต์ไป หลับไป
แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ
วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง) สาย บ่าย
ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก
เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^
สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ
ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด
ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ
เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"
ยิ่งเวลานั่งสมาธิ สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
มันทรมานนะ กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)
แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ
แม้จะฟุ้งซ่าน มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด
แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว
ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด
ทำให้เราได้คิด ได้เรียนรู้อะไร ๆ หลายอย่าง ๆ
พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ ฮากระจาย
แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
ทำให้รู้สึกอุ่นใจ มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน
วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*
เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน
จะได้ไม่ต้องทรมาน นั่งทน ทนนั่งอีก
ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น
เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา
รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน ตั้งใจกันมาก
ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน
แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่
บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด ให้พ่อและแม่เท่านั้น
เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ
มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก
พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา
ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า
และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้
ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่ ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป
ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย
ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ
ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+
แต่ก็ผิดคาด พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด
สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด
เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่ โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล
และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก ๆเหล่านั้น
บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง
อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ความเป็นอยู่หลับนอน
เป็นปัญหานิดหน่อย แต่ก็ทนได้
เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น
ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ
ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา พิซซ่า สเต๊ก KFC ลูกชิ้น ไอติม ยำ เนื้อย่าง จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ
อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน) คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน T___T
เรื่องที่นอน
ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก
บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย
รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย หลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ ครั้งตลอด
ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน
แต่ก็ทนได้น่าา :)
สรุปแล้ว
การไปปฎิบัติธรรม
แม้ถูกบังคับ และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด
ไม่ชอบพิธีกรรม ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก
แต่ก็ได้เรียนรู้ ได้แนวคิด ได้ล้างจิตใจให้สะอาด
รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้ จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -
"ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"
(ศีล=ข้อห้าม)
เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา
คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ
มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน
แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี
เสียสละเงินทอง เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ
อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้ แต่ขออย่าเลว . . .
แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว
แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ ก็ทำเถอะความดี มีแต่ได้กับได้
ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้
แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด
เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ
สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน
ณ บัดเดี๋ยวนั้น ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย
และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T
ขอโทษน้าาาาาาา
ปล. อีกที เกรดออกละ commed T T
เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ
Who is my sea ?
คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้
อะไรจะเกิดขึ้น
เมื่อคนห่างไกลศาสนา
เช่น ข้าพเจ้า
เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O
. . . .
. . . . . . .
สอบไฟนอลเสร็จ พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม
6-15 มีนา
แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น
16-20 มีนา
เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ
เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ
อยากพักผ่อน อยากไปเที่ยว
ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T
แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ ก็เลยต้องไป
แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่
ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ แหะๆๆ
นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน
และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+
บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา
การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว เดินเท้าเปล่า ถือศีล 8
ในทุก ๆ วันจะได้สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น
ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)
รู้สึกมึนทุกวันเลย ง่วงมาก ๆ ๆ สวดมนต์ไป หลับไป
แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ
วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง) สาย บ่าย
ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก
เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^
สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ
ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด
ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ
เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"
ยิ่งเวลานั่งสมาธิ สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
มันทรมานนะ กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)
แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ
แม้จะฟุ้งซ่าน มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด
แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว
ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด
ทำให้เราได้คิด ได้เรียนรู้อะไร ๆ หลายอย่าง ๆ
พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ ฮากระจาย
แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
ทำให้รู้สึกอุ่นใจ มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน
วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*
เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน
จะได้ไม่ต้องทรมาน นั่งทน ทนนั่งอีก
ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น
เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา
รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน ตั้งใจกันมาก
ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน
แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่
บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด ให้พ่อและแม่เท่านั้น
เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ
มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก
พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา
ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า
และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้
ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่ ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป
ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย
ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ
ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+
แต่ก็ผิดคาด พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด
สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด
เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่ โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล
และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก ๆเหล่านั้น
บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง
อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ความเป็นอยู่หลับนอน
เป็นปัญหานิดหน่อย แต่ก็ทนได้
เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น
ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ
ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา พิซซ่า สเต๊ก KFC ลูกชิ้น ไอติม ยำ เนื้อย่าง จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ
อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน) คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน T___T
เรื่องที่นอน
ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก
บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย
รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย หลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ ครั้งตลอด
ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน
แต่ก็ทนได้น่าา :)
สรุปแล้ว
การไปปฎิบัติธรรม
แม้ถูกบังคับ และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด
ไม่ชอบพิธีกรรม ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก
แต่ก็ได้เรียนรู้ ได้แนวคิด ได้ล้างจิตใจให้สะอาด
รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้ จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -
"ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"
(ศีล=ข้อห้าม)
เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา
คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ
มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน
แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี
เสียสละเงินทอง เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ
อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้ แต่ขออย่าเลว . . .
แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว
แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ ก็ทำเถอะความดี มีแต่ได้กับได้
ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้
แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด
เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ
สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน
ณ บัดเดี๋ยวนั้น ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย
และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T
ขอโทษน้าาาาาาา
ปล. อีกที เกรดออกละ commed T T
เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ
"เมียหลวง"
เพิ่งได้ดูแหละ
http://www.youtube.com/view_play_list?p=31E16D80AFA27A56
ดูแล้วอยากบอกว่าเกลียดอรอินทร์
มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากไประเบิดบ้านมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
-*-
เกลียดจริง ๆ มารยาหญิงเนี่ย
ในละครเหมือนจะเว่อร์
แต่ในชีวิตจริงก็มีนะ เจอมาบ้างเหมือนกัน
แบบตอนเรียนเจอกันเดินสวนกันประจำแม่งไม่เคยจะทัก
พอเจอเรากะคนอื่น (ผู้ชาย) แม่งทักทายใหญ่เลย
จะให้คิดไงวะ . .
อยากให้ได้ดูเรื่องนี้กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ผู้หญิงจะไ้ด้รู้ว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานเห็นแก่ตัว
อาจจะมากน้อยต่างกันไป
และผู้ชายจะได้รู้ว่า มารยาหญิงนี่น่ากลัวใช่เล่น
ผู้หญิงน่ารัก อัธยาศัยดี .... ดีไปหมด ที่คุณเห็น
จริง ๆ ก็แค่มารยา 100 เล่มเกวียนนี่แหละวะ
" อย่าโง่ "
ปล. อินจัด - -"
แต่ ป๊อก เล่นดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
รักป๊อก ๆ ๆ
Who is my sea ?
คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้
อะไรจะเกิดขึ้น
เมื่อคนห่างไกลศาสนา
เช่น ข้าพเจ้า
เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O
. . . .
. . . . . . .
สอบไฟนอลเสร็จ พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม
6-15 มีนา
แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น
16-20 มีนา
เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ
เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ
อยากพักผ่อน อยากไปเที่ยว
ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T
แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ ก็เลยต้องไป
แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่
ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ แหะๆๆ
นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน
และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+
บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา
การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว เดินเท้าเปล่า ถือศีล 8
ในทุก ๆ วันจะได้สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น
ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)
รู้สึกมึนทุกวันเลย ง่วงมาก ๆ ๆ สวดมนต์ไป หลับไป
แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ
วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง) สาย บ่าย
ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก
เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^
สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ
ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด
ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ
เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"
ยิ่งเวลานั่งสมาธิ สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
มันทรมานนะ กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)
แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ
แม้จะฟุ้งซ่าน มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด
แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว
ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด
ทำให้เราได้คิด ได้เรียนรู้อะไร ๆ หลายอย่าง ๆ
พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ ฮากระจาย
แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
ทำให้รู้สึกอุ่นใจ มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน
วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*
เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน
จะได้ไม่ต้องทรมาน นั่งทน ทนนั่งอีก
ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น
เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา
รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน ตั้งใจกันมาก
ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน
แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่
บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด ให้พ่อและแม่เท่านั้น
เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ
มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก
พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา
ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า
และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้
ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่ ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป
ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย
ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ
ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+
แต่ก็ผิดคาด พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด
สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด
เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่ โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล
และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก ๆเหล่านั้น
บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง
อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ความเป็นอยู่หลับนอน
เป็นปัญหานิดหน่อย แต่ก็ทนได้
เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น
ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ
ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา พิซซ่า สเต๊ก KFC ลูกชิ้น ไอติม ยำ เนื้อย่าง จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ
อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน) คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน T___T
เรื่องที่นอน
ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก
บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย
รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย หลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ ครั้งตลอด
ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน
แต่ก็ทนได้น่าา :)
สรุปแล้ว
การไปปฎิบัติธรรม
แม้ถูกบังคับ และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด
ไม่ชอบพิธีกรรม ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก
แต่ก็ได้เรียนรู้ ได้แนวคิด ได้ล้างจิตใจให้สะอาด
รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้ จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -
"ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"
(ศีล=ข้อห้าม)
เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา
คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ
มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน
แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี
เสียสละเงินทอง เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ
อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้ แต่ขออย่าเลว . . .
แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว
แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ ก็ทำเถอะความดี มีแต่ได้กับได้
ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้
แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด
เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ
สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน
ณ บัดเดี๋ยวนั้น ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย
และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T
ขอโทษน้าาาาาาา
ปล. อีกที เกรดออกละ commed T T
เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ
"เมียหลวง"
เพิ่งได้ดูแหละ
http://www.youtube.com/view_play_list?p=31E16D80AFA27A56
ดูแล้วอยากบอกว่าเกลียดอรอินทร์
มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากไประเบิดบ้านมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
-*-
เกลียดจริง ๆ มารยาหญิงเนี่ย
ในละครเหมือนจะเว่อร์
แต่ในชีวิตจริงก็มีนะ เจอมาบ้างเหมือนกัน
แบบตอนเรียนเจอกันเดินสวนกันประจำแม่งไม่เคยจะทัก
พอเจอเรากะคนอื่น (ผู้ชาย) แม่งทักทายใหญ่เลย
จะให้คิดไงวะ . .
อยากให้ได้ดูเรื่องนี้กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ผู้หญิงจะไ้ด้รู้ว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานเห็นแก่ตัว
อาจจะมากน้อยต่างกันไป
และผู้ชายจะได้รู้ว่า มารยาหญิงนี่น่ากลัวใช่เล่น
ผู้หญิงน่ารัก อัธยาศัยดี .... ดีไปหมด ที่คุณเห็น
จริง ๆ ก็แค่มารยา 100 เล่มเกวียนนี่แหละวะ
" อย่าโง่ "
ปล. อินจัด - -"
แต่ ป๊อก เล่นดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
รักป๊อก ๆ ๆ
ใครบางคนที่อยู่กับเราในเวลานี้
. . พร้อมจะทิ้งเราไปทุกเวลา . .
เช่น เธอ
มีคนคนเดียวเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปจนเราตาย
. . . ตัวเราไง . . .
..................................................................................................
น่าเศร้านะ
เธอพร้อมจะทิ้งฉันไปเสมอ
. .ฉันรับรู้ . .
ฉันเสียใจ
ในวันนั้นฉันรับรู้
ในวันนี้ฉันก็รับรู้
ฉันรับรู้ในทุก ๆ วัน
ฉันไม่มีความรู้สึกอุ่นใจใด ๆ
ฉันได้แต่กังวล และกลัวอยู่ลึก ๆ
และเสียใจทุกครั้งที่ได้รับรู้มัน
แต่มันก็คือความจริงนี่นะ
ค ว า ม จ ริ ง
และโลกนี้ก็ไม่มีความแน่นอน
อันนี้ฉันก็รู้
มันก็เหมือนภารกิจ
ตราบใดที่เธออยู่ตรงนี้
ฉันก็จะเดินไปกับเธอ
เดินต่อไป
อยู่ข้าง ๆ เธอ
และดูแลเธอให้ดีที่สุด
แม้ว่าจะหวั่นใจเพียงใด
เดินไป เดินไป
จนถึงวัน
ที่เหลือแค่เงาของฉันคนเดียว
วันนั้น
ฉันคงได้รักตัวเองอย่างเต็มที่
ปล . อยู่ดี ๆ ก็อารมณ์อ่อนไหว
เสียใจมาก็มาก รู้สึกเจ็บมาก็มาก แล้วยังต้องกลัวอะไรอีกนะ
ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ แค่อารมณ์อ่อนไหว
Who is my sea ?
คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้
อะไรจะเกิดขึ้น
เมื่อคนห่างไกลศาสนา
เช่น ข้าพเจ้า
เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O
. . . .
. . . . . . .
สอบไฟนอลเสร็จ พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม
6-15 มีนา
แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น
16-20 มีนา
เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ
เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ
อยากพักผ่อน อยากไปเที่ยว
ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T
แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ ก็เลยต้องไป
แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่
ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ แหะๆๆ
นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน
และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+
บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา
การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว เดินเท้าเปล่า ถือศีล 8
ในทุก ๆ วันจะได้สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น
ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)
รู้สึกมึนทุกวันเลย ง่วงมาก ๆ ๆ สวดมนต์ไป หลับไป
แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ
วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง) สาย บ่าย
ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก
เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^
สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ
ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด
ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ
เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"
ยิ่งเวลานั่งสมาธิ สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
มันทรมานนะ กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)
แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ
แม้จะฟุ้งซ่าน มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด
แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว
ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด
ทำให้เราได้คิด ได้เรียนรู้อะไร ๆ หลายอย่าง ๆ
พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ ฮากระจาย
แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
ทำให้รู้สึกอุ่นใจ มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน
วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*
เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน
จะได้ไม่ต้องทรมาน นั่งทน ทนนั่งอีก
ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น
เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา
รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน ตั้งใจกันมาก
ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน
แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่
บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด ให้พ่อและแม่เท่านั้น
เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ
มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก
พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา
ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า
และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้
ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่ ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป
ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย
ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ
ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+
แต่ก็ผิดคาด พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด
สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด
เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่ โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล
และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก ๆเหล่านั้น
บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง
อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ
ส่วนเรื่องอาหารการกิน ความเป็นอยู่หลับนอน
เป็นปัญหานิดหน่อย แต่ก็ทนได้
เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น
ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ
ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา พิซซ่า สเต๊ก KFC ลูกชิ้น ไอติม ยำ เนื้อย่าง จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ
อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน) คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน T___T
เรื่องที่นอน
ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก
บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย
รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย หลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ ครั้งตลอด
ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน
แต่ก็ทนได้น่าา :)
สรุปแล้ว
การไปปฎิบัติธรรม
แม้ถูกบังคับ และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด
ไม่ชอบพิธีกรรม ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก
แต่ก็ได้เรียนรู้ ได้แนวคิด ได้ล้างจิตใจให้สะอาด
รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้ จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -
"ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"
(ศีล=ข้อห้าม)
เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา
คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ
มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน
แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี
เสียสละเงินทอง เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ
อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้ แต่ขออย่าเลว . . .
แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว
แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ ก็ทำเถอะความดี มีแต่ได้กับได้
ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้
แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด
เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ
สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน
ณ บัดเดี๋ยวนั้น ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย
และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T
ขอโทษน้าาาาาาา
ปล. อีกที เกรดออกละ commed T T
เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ
"เมียหลวง"
เพิ่งได้ดูแหละ
http://www.youtube.com/view_play_list?p=31E16D80AFA27A56
ดูแล้วอยากบอกว่าเกลียดอรอินทร์
มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากไประเบิดบ้านมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
-*-
เกลียดจริง ๆ มารยาหญิงเนี่ย
ในละครเหมือนจะเว่อร์
แต่ในชีวิตจริงก็มีนะ เจอมาบ้างเหมือนกัน
แบบตอนเรียนเจอกันเดินสวนกันประจำแม่งไม่เคยจะทัก
พอเจอเรากะคนอื่น (ผู้ชาย) แม่งทักทายใหญ่เลย
จะให้คิดไงวะ . .
อยากให้ได้ดูเรื่องนี้กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ผู้หญิงจะไ้ด้รู้ว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานเห็นแก่ตัว
อาจจะมากน้อยต่างกันไป
และผู้ชายจะได้รู้ว่า มารยาหญิงนี่น่ากลัวใช่เล่น
ผู้หญิงน่ารัก อัธยาศัยดี .... ดีไปหมด ที่คุณเห็น
จริง ๆ ก็แค่มารยา 100 เล่มเกวียนนี่แหละวะ
" อย่าโง่ "
ปล. อินจัด - -"
แต่ ป๊อก เล่นดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย
รักป๊อก ๆ ๆ
ใครบางคนที่อยู่กับเราในเวลานี้
. . พร้อมจะทิ้งเราไปทุกเวลา . .
เช่น เธอ
มีคนคนเดียวเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปจนเราตาย
. . . ตัวเราไง . . .
..................................................................................................
น่าเศร้านะ
เธอพร้อมจะทิ้งฉันไปเสมอ
. .ฉันรับรู้ . .
ฉันเสียใจ
ในวันนั้นฉันรับรู้
ในวันนี้ฉันก็รับรู้
ฉันรับรู้ในทุก ๆ วัน
ฉันไม่มีความรู้สึกอุ่นใจใด ๆ
ฉันได้แต่กังวล และกลัวอยู่ลึก ๆ
และเสียใจทุกครั้งที่ได้รับรู้มัน
แต่มันก็คือความจริงนี่นะ
ค ว า ม จ ริ ง
และโลกนี้ก็ไม่มีความแน่นอน
อันนี้ฉันก็รู้
มันก็เหมือนภารกิจ
ตราบใดที่เธออยู่ตรงนี้
ฉันก็จะเดินไปกับเธอ
เดินต่อไป
อยู่ข้าง ๆ เธอ
และดูแลเธอให้ดีที่สุด
แม้ว่าจะหวั่นใจเพียงใด
เดินไป เดินไป
จนถึงวัน
ที่เหลือแค่เงาของฉันคนเดียว
วันนั้น
ฉันคงได้รักตัวเองอย่างเต็มที่
ปล . อยู่ดี ๆ ก็อารมณ์อ่อนไหว
เสียใจมาก็มาก รู้สึกเจ็บมาก็มาก แล้วยังต้องกลัวอะไรอีกนะ
ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ แค่อารมณ์อ่อนไหว