counter 47,018

Profile

^AuRuMi^
I think I have no one.

Calendar

March 2009
S M T W T F S
« Feb   Apr »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 

Recent Readers

You!
Join storythai!

บัวผัน
DAMNBOIZ
nui


more+

* My sea

 

 

 

 

 

 

 

 

Who is my sea ?

 

 

 

 

 

 

 

 

* My sea

 

 

 

 

 

 

 

 

Who is my sea ?

 

 

 

 

 

 

 

 

* ปฏิบัติธรรม

 

คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้




อะไรจะเกิดขึ้น

เมื่อคนห่างไกลศาสนา

เช่น ข้าพเจ้า

เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O


 . . . .


 . . . . . . .


สอบไฟนอลเสร็จ  พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม

6-15 มีนา

แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น

16-20 มีนา

เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ

เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ

อยากพักผ่อน  อยากไปเที่ยว

ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T

แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ  ก็เลยต้องไป

แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่

ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ  แหะๆๆ

นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน

และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+

บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา



การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว   เดินเท้าเปล่า  ถือศีล 8

ในทุก  ๆ วันจะได้สวดมนต์  ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น

ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)

รู้สึกมึนทุกวันเลย  ง่วงมาก ๆ ๆ  สวดมนต์ไป หลับไป

แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เดินจงกรม  นั่งสมาธิ  กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ

วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง)   สาย  บ่าย 

ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด  เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก

เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^

สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ

ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด

ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ

เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ  เหยียบหนอ

ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"

ยิ่งเวลานั่งสมาธิ  สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

มันทรมานนะ  กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)

แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย  จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ

แม้จะฟุ้งซ่าน  มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด

แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง  รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น

นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว

ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด

ทำให้เราได้คิด   ได้เรียนรู้อะไร ๆ  หลายอย่าง ๆ

พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ  ฮากระจาย

แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ  เลย

ทำให้รู้สึกอุ่นใจ  มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน

 

วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*

เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน

จะได้ไม่ต้องทรมาน  นั่งทน  ทนนั่งอีก

ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ  แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น

เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา

รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน  ตั้งใจกันมาก

ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ  ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน

แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่

บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด  ให้พ่อและแม่เท่านั้น

เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ

มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก

พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ  ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา

ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า

และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้

ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่  ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป

ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย

ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ  เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ

ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+

แต่ก็ผิดคาด  พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด

สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด

เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่  โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล

และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก  ๆเหล่านั้น

บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง

อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป   พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ   ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ

 

ส่วนเรื่องอาหารการกิน  ความเป็นอยู่หลับนอน

เป็นปัญหานิดหน่อย  แต่ก็ทนได้

เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น

ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ

 

ส้มตำ  ไก่ย่าง ปลาเผา  พิซซ่า สเต๊ก  KFC ลูกชิ้น ไอติม  ยำ  เนื้อย่าง  จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ

อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน)  คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน  T___T

เรื่องที่นอน

ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง  เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก

บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย  หลับไม่เต็มอิ่ม  ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ  ครั้งตลอด

ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน

แต่ก็ทนได้น่าา :)




สรุปแล้ว

การไปปฎิบัติธรรม

แม้ถูกบังคับ  และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด

ไม่ชอบพิธีกรรม  ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก

แต่ก็ได้เรียนรู้  ได้แนวคิด  ได้ล้างจิตใจให้สะอาด

รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้  จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ


 

 

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -

 

 

 "ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"

(ศีล=ข้อห้าม)

เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา

คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ  

มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน

แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี

เสียสละเงินทอง  เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ

อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้  แต่ขออย่าเลว . . .

แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว

แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ  ก็ทำเถอะความดี   มีแต่ได้กับได้




ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้

แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด

เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ

สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน

ณ  บัดเดี๋ยวนั้น  ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย

และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T

ขอโทษน้าาาาาาา



ปล. อีกที  เกรดออกละ  commed  T T

เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ

 

* My sea

 

 

 

 

 

 

 

 

Who is my sea ?

 

 

 

 

 

 

 

 

* ปฏิบัติธรรม

 

คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้




อะไรจะเกิดขึ้น

เมื่อคนห่างไกลศาสนา

เช่น ข้าพเจ้า

เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O


 . . . .


 . . . . . . .


สอบไฟนอลเสร็จ  พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม

6-15 มีนา

แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น

16-20 มีนา

เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ

เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ

อยากพักผ่อน  อยากไปเที่ยว

ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T

แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ  ก็เลยต้องไป

แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่

ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ  แหะๆๆ

นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน

และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+

บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา



การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว   เดินเท้าเปล่า  ถือศีล 8

ในทุก  ๆ วันจะได้สวดมนต์  ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น

ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)

รู้สึกมึนทุกวันเลย  ง่วงมาก ๆ ๆ  สวดมนต์ไป หลับไป

แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เดินจงกรม  นั่งสมาธิ  กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ

วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง)   สาย  บ่าย 

ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด  เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก

เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^

สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ

ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด

ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ

เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ  เหยียบหนอ

ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"

ยิ่งเวลานั่งสมาธิ  สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

มันทรมานนะ  กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)

แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย  จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ

แม้จะฟุ้งซ่าน  มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด

แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง  รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น

นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว

ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด

ทำให้เราได้คิด   ได้เรียนรู้อะไร ๆ  หลายอย่าง ๆ

พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ  ฮากระจาย

แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ  เลย

ทำให้รู้สึกอุ่นใจ  มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน

 

วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*

เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน

จะได้ไม่ต้องทรมาน  นั่งทน  ทนนั่งอีก

ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ  แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น

เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา

รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน  ตั้งใจกันมาก

ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ  ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน

แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่

บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด  ให้พ่อและแม่เท่านั้น

เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ

มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก

พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ  ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา

ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า

และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้

ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่  ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป

ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย

ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ  เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ

ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+

แต่ก็ผิดคาด  พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด

สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด

เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่  โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล

และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก  ๆเหล่านั้น

บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง

อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป   พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ   ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ

 

ส่วนเรื่องอาหารการกิน  ความเป็นอยู่หลับนอน

เป็นปัญหานิดหน่อย  แต่ก็ทนได้

เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น

ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ

 

ส้มตำ  ไก่ย่าง ปลาเผา  พิซซ่า สเต๊ก  KFC ลูกชิ้น ไอติม  ยำ  เนื้อย่าง  จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ

อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน)  คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน  T___T

เรื่องที่นอน

ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง  เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก

บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย  หลับไม่เต็มอิ่ม  ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ  ครั้งตลอด

ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน

แต่ก็ทนได้น่าา :)




สรุปแล้ว

การไปปฎิบัติธรรม

แม้ถูกบังคับ  และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด

ไม่ชอบพิธีกรรม  ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก

แต่ก็ได้เรียนรู้  ได้แนวคิด  ได้ล้างจิตใจให้สะอาด

รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้  จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ


 

 

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -

 

 

 "ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"

(ศีล=ข้อห้าม)

เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา

คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ  

มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน

แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี

เสียสละเงินทอง  เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ

อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้  แต่ขออย่าเลว . . .

แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว

แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ  ก็ทำเถอะความดี   มีแต่ได้กับได้




ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้

แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด

เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ

สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน

ณ  บัดเดี๋ยวนั้น  ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย

และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T

ขอโทษน้าาาาาาา



ปล. อีกที  เกรดออกละ  commed  T T

เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ

 

* เมียหลวง

 

 

 

"เมียหลวง"

 

 

เพิ่งได้ดูแหละ

 

http://www.youtube.com/view_play_list?p=31E16D80AFA27A56

 

ดูแล้วอยากบอกว่าเกลียดอรอินทร์

มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากไประเบิดบ้านมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

-*-

 

เกลียดจริง ๆ มารยาหญิงเนี่ย

ในละครเหมือนจะเว่อร์

แต่ในชีวิตจริงก็มีนะ   เจอมาบ้างเหมือนกัน

แบบตอนเรียนเจอกันเดินสวนกันประจำแม่งไม่เคยจะทัก

พอเจอเรากะคนอื่น (ผู้ชาย) แม่งทักทายใหญ่เลย

จะให้คิดไงวะ . .

 

 

อยากให้ได้ดูเรื่องนี้กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ผู้หญิงจะไ้ด้รู้ว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานเห็นแก่ตัว

อาจจะมากน้อยต่างกันไป

และผู้ชายจะได้รู้ว่า มารยาหญิงนี่น่ากลัวใช่เล่น

ผู้หญิงน่ารัก อัธยาศัยดี  .... ดีไปหมด ที่คุณเห็น

จริง ๆ ก็แค่มารยา 100 เล่มเกวียนนี่แหละวะ

 

 

 

 

 

 " อย่าโง่ "

 

 

 

 

 

ปล.  อินจัด - -"

แต่ ป๊อก เล่นดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย

 

 

รักป๊อก ๆ ๆ

 

 

 

 

* My sea

 

 

 

 

 

 

 

 

Who is my sea ?

 

 

 

 

 

 

 

 

* ปฏิบัติธรรม

 

คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้




อะไรจะเกิดขึ้น

เมื่อคนห่างไกลศาสนา

เช่น ข้าพเจ้า

เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O


 . . . .


 . . . . . . .


สอบไฟนอลเสร็จ  พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม

6-15 มีนา

แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น

16-20 มีนา

เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ

เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ

อยากพักผ่อน  อยากไปเที่ยว

ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T

แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ  ก็เลยต้องไป

แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่

ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ  แหะๆๆ

นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน

และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+

บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา



การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว   เดินเท้าเปล่า  ถือศีล 8

ในทุก  ๆ วันจะได้สวดมนต์  ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น

ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)

รู้สึกมึนทุกวันเลย  ง่วงมาก ๆ ๆ  สวดมนต์ไป หลับไป

แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เดินจงกรม  นั่งสมาธิ  กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ

วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง)   สาย  บ่าย 

ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด  เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก

เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^

สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ

ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด

ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ

เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ  เหยียบหนอ

ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"

ยิ่งเวลานั่งสมาธิ  สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

มันทรมานนะ  กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)

แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย  จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ

แม้จะฟุ้งซ่าน  มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด

แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง  รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น

นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว

ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด

ทำให้เราได้คิด   ได้เรียนรู้อะไร ๆ  หลายอย่าง ๆ

พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ  ฮากระจาย

แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ  เลย

ทำให้รู้สึกอุ่นใจ  มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน

 

วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*

เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน

จะได้ไม่ต้องทรมาน  นั่งทน  ทนนั่งอีก

ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ  แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น

เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา

รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน  ตั้งใจกันมาก

ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ  ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน

แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่

บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด  ให้พ่อและแม่เท่านั้น

เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ

มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก

พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ  ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา

ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า

และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้

ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่  ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป

ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย

ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ  เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ

ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+

แต่ก็ผิดคาด  พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด

สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด

เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่  โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล

และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก  ๆเหล่านั้น

บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง

อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป   พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ   ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ

 

ส่วนเรื่องอาหารการกิน  ความเป็นอยู่หลับนอน

เป็นปัญหานิดหน่อย  แต่ก็ทนได้

เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น

ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ

 

ส้มตำ  ไก่ย่าง ปลาเผา  พิซซ่า สเต๊ก  KFC ลูกชิ้น ไอติม  ยำ  เนื้อย่าง  จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ

อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน)  คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน  T___T

เรื่องที่นอน

ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง  เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก

บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย  หลับไม่เต็มอิ่ม  ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ  ครั้งตลอด

ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน

แต่ก็ทนได้น่าา :)




สรุปแล้ว

การไปปฎิบัติธรรม

แม้ถูกบังคับ  และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด

ไม่ชอบพิธีกรรม  ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก

แต่ก็ได้เรียนรู้  ได้แนวคิด  ได้ล้างจิตใจให้สะอาด

รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้  จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ


 

 

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -

 

 

 "ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"

(ศีล=ข้อห้าม)

เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา

คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ  

มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน

แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี

เสียสละเงินทอง  เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ

อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้  แต่ขออย่าเลว . . .

แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว

แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ  ก็ทำเถอะความดี   มีแต่ได้กับได้




ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้

แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด

เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ

สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน

ณ  บัดเดี๋ยวนั้น  ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย

และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T

ขอโทษน้าาาาาาา



ปล. อีกที  เกรดออกละ  commed  T T

เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ

 

* เมียหลวง

 

 

 

"เมียหลวง"

 

 

เพิ่งได้ดูแหละ

 

http://www.youtube.com/view_play_list?p=31E16D80AFA27A56

 

ดูแล้วอยากบอกว่าเกลียดอรอินทร์

มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากไประเบิดบ้านมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

-*-

 

เกลียดจริง ๆ มารยาหญิงเนี่ย

ในละครเหมือนจะเว่อร์

แต่ในชีวิตจริงก็มีนะ   เจอมาบ้างเหมือนกัน

แบบตอนเรียนเจอกันเดินสวนกันประจำแม่งไม่เคยจะทัก

พอเจอเรากะคนอื่น (ผู้ชาย) แม่งทักทายใหญ่เลย

จะให้คิดไงวะ . .

 

 

อยากให้ได้ดูเรื่องนี้กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ผู้หญิงจะไ้ด้รู้ว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานเห็นแก่ตัว

อาจจะมากน้อยต่างกันไป

และผู้ชายจะได้รู้ว่า มารยาหญิงนี่น่ากลัวใช่เล่น

ผู้หญิงน่ารัก อัธยาศัยดี  .... ดีไปหมด ที่คุณเห็น

จริง ๆ ก็แค่มารยา 100 เล่มเกวียนนี่แหละวะ

 

 

 

 

 

 " อย่าโง่ "

 

 

 

 

 

ปล.  อินจัด - -"

แต่ ป๊อก เล่นดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย

 

 

รักป๊อก ๆ ๆ

 

 

 

 

* แค่อารมณ์อ่อนไหว

 

 

 

 

 

 

ใครบางคนที่อยู่กับเราในเวลานี้

. . พร้อมจะทิ้งเราไปทุกเวลา . .

เช่น เธอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


มีคนคนเดียวเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปจนเราตาย

 . . . ตัวเราไง  . . .

 

 

 

 

 

 

 

 

..................................................................................................

 

 

น่าเศร้านะ

เธอพร้อมจะทิ้งฉันไปเสมอ

. .ฉันรับรู้ . .

ฉันเสียใจ

ในวันนั้นฉันรับรู้

ในวันนี้ฉันก็รับรู้

ฉันรับรู้ในทุก ๆ วัน

ฉันไม่มีความรู้สึกอุ่นใจใด ๆ

ฉันได้แต่กังวล และกลัวอยู่ลึก ๆ

และเสียใจทุกครั้งที่ได้รับรู้มัน

แต่มันก็คือความจริงนี่นะ

 

ค ว า ม จ ริ ง

 

และโลกนี้ก็ไม่มีความแน่นอน

อันนี้ฉันก็รู้

 

 

 

 

 

 

มันก็เหมือนภารกิจ

ตราบใดที่เธออยู่ตรงนี้

ฉันก็จะเดินไปกับเธอ

เดินต่อไป

อยู่ข้าง ๆ เธอ

และดูแลเธอให้ดีที่สุด

แม้ว่าจะหวั่นใจเพียงใด

เดินไป  เดินไป

จนถึงวัน

ที่เหลือแค่เงาของฉันคนเดียว

วันนั้น

ฉันคงได้รักตัวเองอย่างเต็มที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล . อยู่ดี ๆ ก็อารมณ์อ่อนไหว

เสียใจมาก็มาก   รู้สึกเจ็บมาก็มาก  แล้วยังต้องกลัวอะไรอีกนะ

ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ   แค่อารมณ์อ่อนไหว

* My sea

 

 

 

 

 

 

 

 

Who is my sea ?

 

 

 

 

 

 

 

 

* ปฏิบัติธรรม

 

คำเตือน - - - มันยาวโคตร ๆ นะ จะอ่านไหวหรอ . . . ไม่ต้องอ่านก็ได้




อะไรจะเกิดขึ้น

เมื่อคนห่างไกลศาสนา

เช่น ข้าพเจ้า

เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม o.O


 . . . .


 . . . . . . .


สอบไฟนอลเสร็จ  พัก 2 วัน ต่อด้วยการเรียนเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม

6-15 มีนา

แล้วก็ต่อด้วยไปปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น

16-20 มีนา

เป็นอะไรที่ไม่อยากไปมากๆๆๆๆๆ

เพราะเพิ่งเรียน เพิ่งทำงานเสร็จ

อยากพักผ่อน  อยากไปเที่ยว

ยังไม่ต้องการความสงบตอนนี้ T T

แต่ทำไงได้ อาจารย์บังคับไปอ่ะ  ก็เลยต้องไป

แต่ก็ยังดีหน่อยที่พระอาจารย์ที่อบรม คือ หลวงพี่ไก่

ชื่อเต็ม ๆ ว่าไรจำไม่ได้แฮะ  แหะๆๆ

นักเรียนมัธยมใน จ.ขอนแก่นเกือบทุกคนแหละ ต้องเคยไปเวฬุวันมาก่อน

และก็ต้องเลื่องลือถึงหลวงพี่ไก่ว่า "หล่อ" 55+

บาปมั้ยเนี่ย ก็เพื่อนพูดว่างี้จริงๆ นี่นาา



การไปเวฬุวันครั้งนี้เราก็ได้นุ่งขาวห่มขาว   เดินเท้าเปล่า  ถือศีล 8

ในทุก  ๆ วันจะได้สวดมนต์  ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น

ตื่นแต่ ตี 3 ครึ่ง (ในชีวิตปกติ เพิ่งจะเข้านอน - -)

รู้สึกมึนทุกวันเลย  ง่วงมาก ๆ ๆ  สวดมนต์ไป หลับไป

แล้วก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เดินจงกรม  นั่งสมาธิ  กำหนดรู้สิ่งต่าง ๆ

วันละ 15 30 45 60 นาที เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทำช่วงเช้า (ตี5-7โมง)   สาย  บ่าย 

ช่วงเย็นบ้าง บางวัน เพราะส่วนใหญ่จะมีวิืทยากรมาพูด  เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน ๆมาก

เพราะจะไม่ได้ปฏิบัติ ^ ^

สิ่งที่ทรมานที่สุดก็ กรรมฐาน นี่แหละ

ปวดขา ปวดหลัง ปวดไปหมด

ปัญหาของเราคือมันง่วง ๆ อ่ะ มึนๆ ซึม ๆ ไร้วิญญาณ

เดินไป ยกหนอ ย่างหนอ  เหยียบหนอ

ยืนอยู่ก็หลับได้ - -"

ยิ่งเวลานั่งสมาธิ  สัปหงกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

มันทรมานนะ  กับการต้องสู้กับความง่วงเนี่ย (แพ้ทุกครั้ง T T)

แต่วันที่ไม่ง่วงหรือกินกาแฟช่วย  จะรู้สึกดีกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก ๆ

แม้จะฟุ้งซ่าน  มีนู่นนี่เข้ามาในหัวอยู่ตลอด

แต่ก็รู้สึกได้อยู่กับตัวเอง  รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น

นอกจากพระอาจารย์พาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว

ก็ยังคอยอบรม เล่านู่นนี่เพื่อสอนใจพวกเราอยู่ตลอด

ทำให้เราได้คิด   ได้เรียนรู้อะไร ๆ  หลายอย่าง ๆ

พระอาจารย์เป็นกันเองมาก ๆ  ฮากระจาย

แล้วก็ใจดีมาก ๆ ๆ ๆ  เลย

ทำให้รู้สึกอุ่นใจ  มีกำลังใจในการทำกรรมฐาน

 

วันที่ 4 ก่อนวันกลับ เป็นวันที่เราประทับใจที่สุด *-*

เป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิับัติวิปัสสนากรรมฐาน

จะได้ไม่ต้องทรมาน  นั่งทน  ทนนั่งอีก

ห่ะ ๆ คิดว่าทุกคนก็คิดแบบนี้อยู่ลึก ๆ  แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น

เพราะเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อบูชาคุณ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

คือ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดบุญกุศลแก่้พ่อและแม่ผู้มีพระคุณของเรา

รู้สึกได้เลยว่าการปฏิบัติครั้งนี้เพื่อน ๆทุกคน  ตั้งใจกันมาก

ไม่ใช่เพื่อจะให้ตัวเองได้บุญ  ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน

แต่ครั้งนี้ทำเพื่อพ่อและแม่

บุญกุศลที่ได้ทั้งหมด  ให้พ่อและแม่เท่านั้น

เราเองก็ตั้งใจมาก ๆ

มากกว่าการทำเพื่อตัวเองซะอีก

พอเสร็จจากการปฏิบัิิิติ  ก็มีการพูดถึงบุญคุณพ่อแม่ และทำพิธีขอขมา

ซึ่งแน่นอนว่าก็น้ำตาแตกกันถ้วนหน้า

และพระอาจารย์ก็แจกกระดาษสีกับปากกาให้

ให้เขียนสิ่งทีไม่ดี ๆ ที่เคยทำกับพ่อแม่  ความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ให้เขียนลงไป

ตอนแรกก็คิดว่าพระอาจารย์ต้องให้เราเอาไปให้พ่อแม่อ่านแน่ ๆ เลย

ก็เลยไม่กล้าเขียนเยอะ  เดี๋ยวพ่อแม่ตกใจ

ว่าทำไมมีลูกชั่วขนาดนี้ 555+

แต่ก็ผิดคาด  พระอาจารย์บอกว่าให้เขียนไปให้หมด

สิ่งไม่ดีต่างๆ ที่ติดค้างในใจเอาทิ้งให้หมด

เพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่  โดยไม่ต้องมีอะไรในใจให้กังวล

และพระอาจารย์ก็ขอบิณฑบาตรกระดาษที่บรรยายความชั่วร้ายของลูก  ๆเหล่านั้น

บอกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง

อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วไป   พ่อแม่อภัยให้เราเสมอ   ต่อไปให้ทำแต่สิ่งดี ๆ

 

ส่วนเรื่องอาหารการกิน  ความเป็นอยู่หลับนอน

เป็นปัญหานิดหน่อย  แต่ก็ทนได้

เรื่องอาหารนี่กินวันละ 2 มื้อ เช้ากับเที่ยง + น้ำปานะตอนเย็น

ทำให้ในทุก ๆวันเราคิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก ๆ ๆ

 

ส้มตำ  ไก่ย่าง ปลาเผา  พิซซ่า สเต๊ก  KFC ลูกชิ้น ไอติม  ยำ  เนื้อย่าง  จิ้มจุ่ม . . . ฯลฯ

อยากกินมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ส่วนน้ำเต้าหู้ (น้ำปานะ ในทุก ๆ วัน)  คิดว่าคงไม่กินไปอีกนาน  T___T

เรื่องที่นอน

ศีล 8 เค้าห้ามนอนบนที่สูงไง  เลยได้นอนบนเสื่อแข็งโป๊ก

บวกกับการปฏิบัติกรรมฐานทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

รวม ๆ แล้ว ก็ทำให้นอนไม่สบาย  หลับไม่เต็มอิ่ม  ตื่นกลางดึกวันละหลายๆ  ครั้งตลอด

ทำให้รู้สึกง่วงในเวลากลางวัน

แต่ก็ทนได้น่าา :)




สรุปแล้ว

การไปปฎิบัติธรรม

แม้ถูกบังคับ  และส่วนตัวไม่ค่อยชอบการเข้าวัด

ไม่ชอบพิธีกรรม  ไม่ชอบการปฏิบัติเท่าไหร่นัก

แต่ก็ได้เรียนรู้  ได้แนวคิด  ได้ล้างจิตใจให้สะอาด

รู้สึกตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

แต่ก็ไม่รู้จะคิดได้  จะเปลี่ยนได้แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แหะ ๆ ๆ


 

 

- - รูปตอนแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ปฏิบัติธรรม - -

 

 

 "ให้ทานมโหฬาร อานิสงส์ไม่เท่ารักษาศีล"

(ศีล=ข้อห้าม)

เป็นประโยคหนึ่งของพระอาจารย์ซึ่งตรงกับใจของเรา

คือเราคิดว่า คนเราจะให้ทานหรือทำความดีอื่น ๆ  

มาก - บ่อย - ทำจากใจ หรือทำเอาหน้าแค่ไหน

แน่นอนว่ามันก็ดี แต่ก็ไม่เท่ากับการที่เราไม่ทำสิ่งไม่ดี

เสียสละเงินทอง  เสียสละแรงกาย จะสู้เสียสละกิเลสหรือ

อันนี้ก็ความคิดส่วนตัวอ่ะ แบบไม่ต้องดีก็ได้  แต่ขออย่าเลว . . .

แค่นี้ก็ไม่ไปเบียดเบียนใครแล้ว

แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำ  ก็ทำเถอะความดี   มีแต่ได้กับได้




ปล. พระอาจารย์ให้เอามือถือมาฝากไว้

แต่ถ้าใครไม่ฝากก็ให้สัญญาว่าจะปิดไว้ตลอด

เพื่อไม่ให้มีเรื่องราวจากโลกภายนอกมารบกวนขณะปฏิับัติ

สุดท้ายก็บอกว่าคิดมาหลายรอบแล้วจึงตัดสินใจยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคน

ณ  บัดเดี๋ยวนั้น  ทำให้ไม่ได้ติดต่อใครก่อนเลย

และก็ทำให้คนคนนึงโกรธเราอ่ะ T______T

ขอโทษน้าาาาาาา



ปล. อีกที  เกรดออกละ  commed  T T

เกือบตกแล้วมั้ยละกรู ยังดีที่มัน 1 หน่วย เหอๆ

 

* เมียหลวง

 

 

 

"เมียหลวง"

 

 

เพิ่งได้ดูแหละ

 

http://www.youtube.com/view_play_list?p=31E16D80AFA27A56

 

ดูแล้วอยากบอกว่าเกลียดอรอินทร์

มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากไประเบิดบ้านมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

-*-

 

เกลียดจริง ๆ มารยาหญิงเนี่ย

ในละครเหมือนจะเว่อร์

แต่ในชีวิตจริงก็มีนะ   เจอมาบ้างเหมือนกัน

แบบตอนเรียนเจอกันเดินสวนกันประจำแม่งไม่เคยจะทัก

พอเจอเรากะคนอื่น (ผู้ชาย) แม่งทักทายใหญ่เลย

จะให้คิดไงวะ . .

 

 

อยากให้ได้ดูเรื่องนี้กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ผู้หญิงจะไ้ด้รู้ว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานเห็นแก่ตัว

อาจจะมากน้อยต่างกันไป

และผู้ชายจะได้รู้ว่า มารยาหญิงนี่น่ากลัวใช่เล่น

ผู้หญิงน่ารัก อัธยาศัยดี  .... ดีไปหมด ที่คุณเห็น

จริง ๆ ก็แค่มารยา 100 เล่มเกวียนนี่แหละวะ

 

 

 

 

 

 " อย่าโง่ "

 

 

 

 

 

ปล.  อินจัด - -"

แต่ ป๊อก เล่นดีมาก ๆ ๆ ๆ เลย

 

 

รักป๊อก ๆ ๆ

 

 

 

 

* แค่อารมณ์อ่อนไหว

 

 

 

 

 

 

ใครบางคนที่อยู่กับเราในเวลานี้

. . พร้อมจะทิ้งเราไปทุกเวลา . .

เช่น เธอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


มีคนคนเดียวเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปจนเราตาย

 . . . ตัวเราไง  . . .

 

 

 

 

 

 

 

 

..................................................................................................

 

 

น่าเศร้านะ

เธอพร้อมจะทิ้งฉันไปเสมอ

. .ฉันรับรู้ . .

ฉันเสียใจ

ในวันนั้นฉันรับรู้

ในวันนี้ฉันก็รับรู้

ฉันรับรู้ในทุก ๆ วัน

ฉันไม่มีความรู้สึกอุ่นใจใด ๆ

ฉันได้แต่กังวล และกลัวอยู่ลึก ๆ

และเสียใจทุกครั้งที่ได้รับรู้มัน

แต่มันก็คือความจริงนี่นะ

 

ค ว า ม จ ริ ง

 

และโลกนี้ก็ไม่มีความแน่นอน

อันนี้ฉันก็รู้

 

 

 

 

 

 

มันก็เหมือนภารกิจ

ตราบใดที่เธออยู่ตรงนี้

ฉันก็จะเดินไปกับเธอ

เดินต่อไป

อยู่ข้าง ๆ เธอ

และดูแลเธอให้ดีที่สุด

แม้ว่าจะหวั่นใจเพียงใด

เดินไป  เดินไป

จนถึงวัน

ที่เหลือแค่เงาของฉันคนเดียว

วันนั้น

ฉันคงได้รักตัวเองอย่างเต็มที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล . อยู่ดี ๆ ก็อารมณ์อ่อนไหว

เสียใจมาก็มาก   รู้สึกเจ็บมาก็มาก  แล้วยังต้องกลัวอะไรอีกนะ

ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ   แค่อารมณ์อ่อนไหว

* ฝันดีที่สุดเลย ^ ^

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

aurumi